ข่าวเด่น

นายกรัฐมนตรี เลมิงฮึง จะประสบความสำเร็จในการส่งเสริมก้าวกระโดดเชิงยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ

[VOVWORLD] - บ่ายวันที่ 7 เมษายน ที่ประชุมสภาแห่งชาติสมัยที่ 16 ได้อนุมัติมติเลือกนาย เลมิงฮึง สมาชิกกรมการเมืองพรรค  สมาชิกคณะเลขาธิการกลางพรรค และหัวหน้าคณะกรรมการด้านบุคลากรส่วนกลาง ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีวาระปี 2026-2031 หลังพิธีสาบานตนและกล่าวสุนทรพจน์รับตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี เลมิงฮึง ผู้เชี่ยวชาญหลายคนต่างตั้งความหวังเป็นอย่างสูงต่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่

รองศาสตราจารย์ ดร. เหงียนห่งหาย จากมหาวิทยาลัยวิน แสดงความเห็นว่า นายกรัฐมนตรี เลมิงฮึง ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งสำคัญๆ มีแนวคิดแห่งการเปลี่ยนแปลงใหม่ ทำงานอย่างเป็นวิทยาศาสตร์และเด็ดขาด ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติเวียดนาม (2016-2020) นาย เลมิงฮึง ได้นำพาระบบธนาคารผ่านช่วงเวลาการปรับโครงสร้างที่ยากลำบาก แก้ไขปัญหาหนี้เสีย เสริมสร้างระเบียบวินัยในตลาดการเงิน ปรับแนวทางการไหลเวียนของสินเชื่อไปยังภาคการผลิตที่สำคัญ และช่วยสร้างเสถียรภาพให้แก่เศรษฐกิจมหภาค

นาย เหงียนห่งหาย ยืนยันว่า นาย เลมิงฮึง เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับบทบาทผู้นำรัฐบาลในสภาวการณ์ที่ประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่

“ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีความเหมาะสมอย่างยิ่งในสภาวการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากเวียดนามได้ตั้งเป้าหมายระยะยาวสองประเด็น ได้แก่ การเติบโตทางเศรษฐกิจและการปฏิรูปกลไกนโยบาย โดยเฉพาะ สอดคล้องกับการดำเนินการตาม 3 ก้าวกระโดดเชิงยุทธศาสตร์ที่กำหนดโดยสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 13 และ 14 เพราะดังที่ผมได้กล่าวไปแล้ว นายกรัฐมนตรีคนใหม่มีความรู้ทั้งด้านเศรษฐกิจและความเชี่ยวชาญด้านการบริหารองค์กร ซึ่งสร้างเงื่อนไขให้ท่านสามารถดำเนินการปฏิรูปและส่งเสริมการดำเนินการตามก้าวกระโดดเชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจให้ดียิ่งขึ้นต่อไป”  

ส่วนนาย เหงียนซวนทั้ง อาจารย์อาวุโสจากโรงเรียนนโยบายสาธารณะและการจัดการฟุลไบรท์ (Fulbright School of Public Policy and Management) วิเคราะห์ว่า ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เลมิงฮึง รัฐบาลจะดำเนินงานด้วยจิตใจ “เทคโนแครต” มากขึ้น ในสภาวการณ์ที่เป้าหมายการพัฒนาของเวียดนามมีความทะเยอทะยานและท้าทาย สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ ความสามารถในการยึดมั่นรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาค การสร้างและใช้ประโยชน์จากปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ๆ ตั้งแต่นวัตกรรมไปจนถึงการเพิ่มผลผลิต นายกรัฐมนตรีที่มีพื้นฐานด้านการบริหารนโยบายการเงินสามารถนำสิ่งที่เศรษฐกิจต้องการ นั่นคือ การเปลี่ยนแปลงนโยบายบนพื้นฐานของการประเมินทางวิทยาศาสตร์และผลประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว.

This site is protected by reCAPTCHA and the Google Privacy Policy and Terms of Service apply.