วิเคราะห์สถานการณ์

เวียดนามมีความประสงค์ที่จะมีบทบาทและเสียงพูดมากขึ้นในสหประชาชาติ

เวียดนามมีความประสงค์ที่จะมีบทบาทและเสียงพูดมากขึ้นในสหประชาชาติ

(VOVworld) - ต่อจากการเป็นสมาชิกสภาสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติวาระปี 2014-2016 เวียดนามกำลังเสนอตัวเพื่อลงสมัครเป็นสมาชิกคณะกรรมการกฎหมายระหว่างประเทศภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกวาระปี 2017-2021 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เวียดนามมีความประสงค์ที่จะมีบทบาทและเสียงพูดมากขึ้นในฟอรั่มพหุภาคีที่สำคัญที่สุดนี้

(VOVworld) - ต่อจากการเป็นสมาชิกสภาสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติวาระปี 2014-2016 เวียดนามกำลังเสนอตัวเพื่อลงสมัครเป็นสมาชิกคณะกรรมการกฎหมายระหว่างประเทศภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกวาระปี 2017-2021 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เวียดนามมีความประสงค์ที่จะมีบทบาทและเสียงพูดมากขึ้นในฟอรั่มพหุภาคีที่สำคัญที่สุดนี้


ภาพการประชุมของสหประชาชาติ (Photo: vietnamplus.vn)

เวียดนามได้เสนอชื่อรองศาสตรจารย์ ดร. เหงวียนห่งทาว เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำคูเวตให้เป็นผู้ลงสมัครสมาชิกคณะกรรมการกฎหมายระหว่างประเทศภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกวาระปี 2017-2021 ซึ่งดร.เหงวียนห่งทาวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศและเคยดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าคณะกรรมการชายแดนแห่งชาติ หัวหน้าคณะเจรจาข้อตกลงด้านชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านของเวียดนาม ที่ปรึกษาให้แก่การจัดทำร่างกฎหมายทางทะเลเวียดนามปี 2012 และมีประสบการณ์ในหน่วยงานการทูตยาวนานถึง 40ปี
คณะกรรมการกฎหมายระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ - ฟอรั่มทางกฎหมายระหว่างประเทศที่มีชื่อเสียงที่สุด
คณะกรรมการกฎหมายระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติได้รับการก่อตั้งเมื่อปี 1946 เพื่อจัดทำและพัฒนาระบบกฎหมายระหว่างประเทศ โดยคำนึงถึงสิทธิผลประโยชน์ของทุกประเทศ คณะกรรมการฯนี้มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการจัดทำอนุสัญญาระหว่างประเทศฉบับต่างๆ โดยเฉพาะอนุสัญญาระหว่างประเทศเกี่ยวกับกฎหมายทางทะเลปี 1958 ข้อกำหนดต่างๆของอนุสัญญาระหว่างประเทศเกี่ยวกับกฎหมายทางทะเลปี 1982  เสนอความคิดริเริ่มและแนะนำการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ คณะกรรมการฯมีสมาชิก 34 คน ปฏิบัติหน้าที่วาระละ 5ปีและแบ่งเป็นภูมิภาคต่างๆ โดยภูมิภาคเอเชียมี 7 ที่นั่ง และผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นสมาชิกคณะกรรมการฯส่วนใหญ่คือรองศาสตรจารย์ นักการทูตและนักกฎหมายที่มีชื่อเสียง มีประสบการณ์ในการวิจัยและการสอนวิชากฎหมายระหว่างประเทศ  ทุกประเทศต่างมีสิทธิ์เสนอชื่อผู้ลงสมัครขอเข้าเป็นสมาชิกคณะกรรมการฯเพื่อให้สมัชชาใหญ่สหประชาชาติคัดเลือก โดยต้องได้รับเสียงสนับสนุนเกินกว่าครึ่งหนึ่งและนับเสียงสนับสนุนตามลำดับจนกว่าจะสามารถเลือกได้ครบ 7 คน
เวียดนามเตรียมพร้อมให้แก่การขอเข้าเป็นสมาชิกคณะกรรมการกฎหมายระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติเป็นอย่างดี
การรณรงค์เพื่อเรียกเสียงสนับสนุนให้แก่รองศาสตรจารย์ ดร. เหงวียนห่งทาวได้เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาหลังจากที่คณะผู้แทนถาวรเวียดนามประจำสหประชาชาติ องค์การการค้าโลกและองค์กรระหว่างประเทศในเมืองเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ได้ส่งหนังสือเสนอชื่อรองศาสตรจารย์ ดร. เหงวียนห่งทาวถึงคณะผู้แทนของประเทศต่างๆ  เอกอัครราชทูต เหงวียนห่งทาวได้เผยว่า การลงสมัครเข้าเป็นสมาชิกคณะกรรมการกฎหมายระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติครั้งนี้เป็นเกียรติและเป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่
“การตัดสินใจขอเข้าเป็นสมาชิกคณะกรรมการกฎหมายระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติวาระปี 2017 – 2021 เป็นการตัดสินใจที่สอดคล้องกับแนวทางการต่างประเทศของพรรคและรัฐเวียดนามที่ผสมผสานเข้ากับกระแสโลกในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ วัฒนธรรม สังคมและกฎหมาย ซึ่งแน่นอนว่า เวียดนามจะเข้าร่วมกิจกรรมของหน่วยงานกฎหมายระหว่างประเทศมากขึ้นในอนาคต”
เอกอัครราชทูต เหงวียนห่งทาวยังได้เผยว่า ถ้าได้รับเลือกเป็นสมาชิกของคณะกรรมการกฎหมายระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ ตนจะให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆต่อปัญหาที่เกี่ยวข้องกับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประเทศที่กำลังพัฒนาในเอเชีย แอฟริกาและปัญหาอื่นๆที่คณะกรรมการฯให้ความสนใจ โดยเฉพาะการเชิดชูเจตนารมณ์แห่งการให้ความเคารพกฎหมายในการแก้ไขปัญหาการพิพาทระหว่างประเทศต่างๆผ่านมาตรการสันติ
“สำหรับทุกหน่วยงานทางกฎหมายและอำนาจศาล ต้องยึดหลักการให้ความเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนคณะกรรมการกฎหมายระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติมีหน้าที่จัดทำและพัฒนาระบบกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งถึงแม้เวียดนามจะมีตัวแทนในคณะกรรมการฯแห่งนี้หรือไม่ แต่เวียดนามก็มีความประสงค์ที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของตนกับประเทศต่างๆและแสดงความคิดเห็นต่อการจัดทำหลักการทางกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาใหม่ๆของกฎหมายระหว่างประเทศ”
เวียดนามเชื่อมั่นว่า จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่างๆระดับนานาชาติได้
ในสภาวการณ์ที่โลกกำลังมีความผันผวนอย่างซับซ้อน ประเทศต่างๆต้องรับมือความท้าทายทั้งรูปแบบเก่าและใหม่  เช่น การปะทะทางทหาร ปัญหาผู้อพยพ การก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ การก่อการร้ายและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น ประเทศต่างๆควรแสวงหาเสียงพูดเดียวกันในการจัดทำและพัฒนาระบบกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของประชาคมโลก
ทั้งนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า เวียดนามมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการความท้าทายและอุปสรรคต่างๆเนื่องจากได้ผ่านช่วงสงครามเพื่อกอบกู้สันติภาพ การรักษาความมั่นคง การลดปัญหาความยากจนและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในหลายปีมานี้ เวียดนามได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและหน้าที่ในองค์กรต่างๆของสหประชาชาติอย่างลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งได้รับการชื่นชมจากนานาประเทศ ปัจจบัน เวียดนามกำลังปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการอาเซียนและเตรียมพร้อมลงสมัครขอเข้าเป็นสมาชิกคณะกรรมการกฎหมายระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติและผู้อำนวยการองค์การยูเนสโก้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เวียดนามมั่นในในทักษะความสามารถเพื่อที่จะปฏิบัติหน้าที่สำคัญๆทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค.

This site is protected by reCAPTCHA and the Google Privacy Policy and Terms of Service apply.