ประธานาธิบดีฝรั่งเศสจะสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ให้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับฝรั่งเศส นี่เป็นการเยือนเวียดนามครั้งแรกของประธานาธิบดีฝรั่งเศสในรอบ๑๒ปี ซึ่งจะมีส่วนร่วมกระชับความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เวียดนาม-ฝรั่งเศส สร้างโอกาสความร่วมมือใหม่ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำในยุโรปกับประเทศในภูมิภาคเอเชียที่กำลังพัฒนาอย่างคล่องตัวและผสมผสานเข้ากับกระแสโลก
![]() นาย Pierre Journoud ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ด้านการทหาร
|
เวียดนามและฝรั่งเศสได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อเดือนเมษายนปี๑๙๗๓ การที่ทั้งสองประเทศยกระดับความสัมพันธ์ขึ้นเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เมื่อปี๒๐๑๓ได้ช่วยขยายความสัมพันธ์ในทุกด้าน เช่น การเมือง การทูต เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วัฒนธรรมและการศึกษา เป็นต้น
ในหลายปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศได้รับการพัฒนาอย่างเข้มแข็ง ฝรั่งเศสเป็นหุ้นส่วนการค้าอันดับ๕ของเวียดนามในยุโรปรองจากเยอรมนี อังกฤษ เนเธอร์แลนด์และอิตาลี มูลค่าการค้าต่างตอบแทนในปี๒๐๑๕อยู่ที่๔.๒พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ๑๙เมื่อเทียบกับปี๒๐๑๔ ซึ่งในนั้น มูลค่าการส่งออกสินค้าของเวียดนามไปยังฝรั่งเศสอยู่ที่๒.๙พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ๒๓ ปัจจุบัน ฝรั่งเศสเป็นนักลงทุนรายใหญ่อันดับ๓ของเวียดนามในยุโรป รองจากเนเธอร์แลนด์และอังกฤษและติดอยู่อันดับ๑๖ในจำนวนทั้งหมด๑๑๔ประเทศและดินแดนที่ลงทุนในเวียดนาม โดยมีโครงการลงทุน๔๖๑โครงการ รวมยอดเงินทุนจดทะเบียนกว่า๓.๔พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ฝรั่งเศสเป็นนักอุปถัมภ์รายใหญ่ของเวียดนามในยุโรป โดยเวียดนามเป็นประเทศที่ได้รับวงเงินช่วยเหลือของฝรั่งเศสทั้งสามรูปแบบได้แก่ วงเงินช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการจากงบประมาณแผ่นดิน เงินกู้ดอกเบี้ยพิเศษจากสำนักงานการพัฒนาของฝรั่งเศสและกองทุนสามัคคี
![]() ทนายความ Gerard Ngo
|
ด้านความร่วมมือที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆระหว่างสองประเทศ
ความร่วมมือด้านการศึกษาและฝึกอบรมระหว่างสองประเทศได้รับการพัฒนานับตั้งแต่ปี๑๙๘๐ ฝรั่งเศสถือการศึกษาและฝึกอบรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเป้าหมายที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆในกิจกรรมของตนในเวียดนาม โดยเน้นถึงการสอนและพัฒนาภาษาฝรั่งเศส การฝึกอบรมแหล่งบุคลากรในหลายด้าน เช่น การบริหารเศรษฐกิจ ธนาคาร การเงิน กฎหมายและเทคโนโลยีใหม่ ในระยะปัจจุบัน จากนโยบายมุ่งสู่ตะวันออก นอกเหนือจากการผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าแล้ว ฝรั่งเศสยังถือเวียดนามเป็นสะพานเชื่อมให้แก่ขบวนการพัฒนาภาษาฝรั่งเศสในอาเซียน ทนายความ Gerard Ngoได้เผยว่า “ฝรั่งเศสตระหนักเกี่ยวกับการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับเวียดนามเนื่องจากทั้งเหตุผลทางประวัติศาสตร์ การเมือง วัฒนธรรม เศรษฐกิจและการค้า ตลอดจน เวียดนามอาจช่วยผลักดันขบวนการพัฒนาภาษาฝรั่งเศสในภูมิภาค ในปีนี้ ประธานรัฐสภาฝรั่งเศส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะผู้แทนต่างๆของฝรั่งเศสได้เดินทางมาเยือนเวียดนาม ส่วนเวียดนามก็มีความประสงค์ที่จะผลักดันความสัมพันธ์กับฝรั่งเศส ผมเห็นว่า ฝรั่งเศสกำลังพยายามฟื้นฟูอิทธิพลในภูมิภาคและเน้นผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าเพราะเมื่อความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการค้าดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ที่เรียนภาษาฝรั่งเศสจะมีโอกาสได้งานทำที่ดีและฝรั่งเศสจะสามารถแข่งขันกับประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในเวียดนามและภูมิภาคเอเชียได้”
การเยือนเวียดนามครั้งนี้ของประธานาธิบดีฟรองซัว อองลองค์ด์ถูกตั้งความหวังจะเปิดโอกาสในหลายด้านโดยเฉพาะ ในสภาการณ์ที่ฝรั่งเศสกำลังประสบอุปสรรคมากมายและในขณะที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีกำลังใกล้จะมาถึง การจัดการเดินทางเยือนเวียดนามครั้งนี้ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจและการให้ความสำคัญต่อสถานะและบทบาทของความสัมพันธ์กับเวียดนาม ซึ่งช่วยพัฒนาความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เวียดนาม-ฝรั่งเศสให้เป็นรูปธรรม ผลักดันความร่วมมืออย่างจริงจังและเพื่อช่วยให้เวียดนามกลายเป็นหุ้นส่วนหลักของฝรั่งเศสในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.








